หน้าแรก







EMAIL:
siamems@
fire2rescue.com

ICQ:
9641532

บุคลากร

 

บุคลากรในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (Emergency Medical
Service System - EMSS) นั้นประกอบไปด้วยคนจากหลายหน่วย
งาน โดยภาระหน้าที่ คนเหล่านี้อาจไม่เกี่ยวข้องกันเลยก็ได้ ตัวอย่าง
เช่น องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยให้บริการโทรศัพท์เพื่อแจ้ง
เหตุแก่ศูนย์กู้ชีพ ยามรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่สื่อสาร และเจ้า
หน้าที่กู้ชีพระดับต่างๆ บุคคลเหล่านี้มีส่วนช่วยให้ EMSS เกิดขึ้น
ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ "ห่วงโซ่แห่งการอยู่รอด" (chain of
survival) ไม่ขาดตอน

chain of survival - ห่วงโซ่แห่งการอยู่รอด
คือ ขั้นตอนใน EMSS ที่ได้รับการพัฒนาแล้ว

บุคลากรต่างๆใน EMSS มีดังนี้

1. บุคลากรด่านหน้า (First Responder - FR)
2. เจ้าหน้าที่กู้ชีพขั้นพื้นฐาน (Emergency Medical Technician
Basic - EMT-B)
3. เจ้าหน้าที่กู้ชีพขั้นกลาง (Emergency Medical Technician
Intermidiate - EMT-I)
4. เจ้าหน้าที่กู้ชีพขั้นสูง (Paramedic)
5. เจ้าหน้าที่สื่อสาร (Emergency Medical Dispatcher - EMD)

1. บุคลากรด่านหน้า (FR)

บุคลากรด่านหน้ามักจะเป็นบุคคลคนแรกๆที่จะได้พบผู้ป่วย อาจ
เป็นใครก็ได้ เช่น ตำรวจจราจร พนักงานดับเพลิง เจ้าหน้าที่รักษา
ความปลอดภัย เจ้าหน้าที่กู้ภัย หรืออาสาสมัครกู้ภัยต่างๆ

บุคลากรด่านหน้าจำเป็นต้องมีความรู้ด้านการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุก
เฉินอยู่บ้างโดยเขาจะเป็นผู้ที่เข้าไปดูอาการของผู้ป่วยและราย
งานข้อมูลให้หน่วยกู้ชีพทราบถ้าต้องการรถพยาบาลระหว่างที่รถ
พยาบาลเดินทางมาที่เกิดเหตุบุคลากรด่านหน้าจะไม่เคลื่อนย้าย
ผู้ป่วยโดยไม่จำเป็น แต่จะดูแลผู้ป่วย เช่น ถ้าไม่หายใจก็จะทำ
การ CPR ถ้ามีอาการบาดเจ็บก็จะทำการปฐมพยาบาลตามสม
ควร

ในประเทศไทย บุคลากรด่านหน้ามักจะเป็นภาระของอาสาสมัคร
กู้ภัยซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯจะมีอาสา
สมัครหน่วยแพทย์กู้ชีวิตจำนวนหลายพันคนคอยทำหน้าที่ตรงนี้อยู่
และกระทรวงสาธารณสุขได้ทำการอบรมบุคลากรด่านหน้าขึ้นบ่อย
ครั้ง โดยเนื้อหาหลักสูตรจะครอบคลุมการช่วยเหลือในภาวะฉุก
เฉินเบื้องต้น แนะนำระบบ EMS ใช้เวลาประมาณ 4-5
วันเพื่อพยายามผลักดันให้เป็นส่วนหนึ่งของ EMSS

การอบรมบุคลากรด่านหน้า ณ โรงพยาบาลขอนแก่น

ผู้อบรมมีมาจากหลายหน่วยงาน เช่น ตำรวจจราจรโครงการ
พระราชดำริ อาสาสมัครกู้ภัย และเจ้าหน้าที่กู้ภัย (น.เขต) จาก
ทั้งมูลนิธิร่วมกตัญญู และมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ส่วนใหญ่สามารถนำ
ไปใช้ได้ดี แม้ว่าจะประสบปัญหา ว่ามีอาสาสมัครบางส่วนไม่ได้
ใช้ความรู้ที่เรียนมาเนื่องด้วยสาเหตุต่างๆ หรือไม่สามารถนำ
ไปใช้อย่างถูกต้อง ในอนาคตจะต้องมีการอบรมบุคลากรด่าน
หน้าในวง กว้างอย่างต่อเนื่องต่อไป และมีการคาดการณ์กันว่า
บุคลากรด่านหน้าจะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ
ตามท้องถนนในอนาคต เนื่องจากมีงานวิจัยล่าสุดจากแคนาดา
พบว่าผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุส่วนใหญ่ที่ได้รับการช่วยเหลือใน
ระดับ
Basic แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร็วและถูกวิธี ผู้ได้
รับบาดเจ็บจะได้ประโยชน์มากกว่ารอความช่วยเหลือระดับสูง
(Advance Life Support) ซึ่งจะใช้เวลาในจุดเกิดเหตุนาน
กว่า
ด้วย โดยความช่วยเหลือระดับสูงจะเหมาะกับผู้ป่วยฉุกเฉิน
จากสาเหตุอื่นๆ มากกว่า

2. เจ้าหน้าที่กู้ชีพขั้นพื้นฐาน (EMT-B)

เป็นบุคลากรหนึ่งใน EMSS มีความสามารถในระดับสูงกว่า
FR สามารถให้การช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉินที่หลากหลายมาก
ขึ้นได้ดีกว่า เจ้าหน้าที่ EMT-B มักจะไปกับพร้อมกับรถพยา
บาล โดยสามารถใช้ อุปกรณ์ในการ ยึดตรึงผู้บาดเจ็บ
(immobilization) และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยวิธีต่างๆ

สำหรับหลักสูตร EMT-B ที่กระทรวงสาธารณสุขทดลองผลิต
ออกมานั้นประกอบด้วยการอบรมในหัวข้อต่างๆ มีการปูพื้น
ฐานทางด้านการแพทย์ด้านกายวิภาค และศึกษาระบบต่างๆ
ในร่างกาย มีการอบรมการช่วยเหลือต่างๆ ที่กระทำภายนอก
ร่างกาย (Basic Life Support - BLS) รวมทั้งการช่วยทำ
คลอด และทราบขั้นตอนของ EMT-I หรือ Paramedic ใน
การทำการช่วยเหลือเชิงรุก (Advance Life Support - ALS)
ได้เพื่อให้สามารถช่วยเหลือบุคลากรเหล่านั้นใส่ท่อช่วยหายใจ
(Endotracheal Intubation) และให้น้ำเกลือ (Starting IV)
ได้

สำหรับหลักสูตร EMT-B ของกระทรวงสาธารณสุขนั้น มีระยะ
เวลาการอบรมทั้งหมดจำนวน 110 ชั่วโมง ใช้ระยะเวลา 1
เดือนเต็ม รวมทั้งมีการฝึกภาคปฏิบัติในห้องฉุกเฉินของโรง
พยาบาลภายใต้การกำกับของแพทย์และพยาบาล

EMT - B

3. เจ้าหน้าที่กู้ชีพขั้นกลาง (EMT-I)

EMT-I จะมีความสามารถมากกว่า EMT-B โดยสามารถทำ
การช่วยเหลือ ระดับ ALS ได้บางอย่าง เช่น การกระตุ้นหัวใจ
ด้วย defibrillation อัตโนมัติ (แต่ต้องได้รับการอนุมัติจาก
แพทย์เสียก่อน)

มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เริ่มผลิต EMT-I มาตั้งแต่ปี 2537
โดยใช้หลักสูตรของ สถาบันพระบรมราชชนก วิทยาลัยการ
สาธารณสุขสิรินธร โดยผลิตนักศึกษารุ่นแรกในปี 2539 ผลิต
รุ่นละ 16 คน ปัจจุบันมีนักศึกษาจบหลักสูตรดังกล่าว ออกมา
แล้ว 3 รุ่น และได้บรรจุเป็นเจ้าหน้าที่กู้ชีพ โดยใช้ตำแหน่ง
ข้าราชการ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชนประจำสาธารณสุข
จังหวัดต่างๆ

EMT-I รุ่นแรก และทีมผู้บริหารหน่วยกู้ชีพรพ.ขอนแก่น

4. เจ้าหน้าที่กู้ชีพขั้นสูง (Paramedic)

Paramedic สามารถให้การช่วยเหลือในระดับสูงที่สุดใน
EMSS โดยจะ สามารถให้การช่วยเหลือเชิงรุก (ALS)
ได้ในสภาวะแวดล้อมนอกโรงพยาบาล (pre-hospital care) ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าทำได้ดีกว่าแพทย์ เพราะแพทย์ทั่วๆ
ไปไม่เคยรักษาคนไข้ในสภาวะแวดล้อมนอกโรงพยาบาล
มาก่อน ซึ่งกล่าวได้ว่าต่างจากสภาพแวดล้อมภายในโรง
พยาบาลอย่างมาก ตัวอย่างเช่น ความไม่พร้อมของแสงไฟ
และมีเสียงรบกวนที่ดังจากยวดยานบนถนนตลอดเวลาทำให้
ฟังเสียงชีพจรไม่ได้ยิน

Paramedic สามารถให้การรักษาคนไข้โดยให้น้ำเกลือ,
ให้ยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อ และฉีดเข้าหลอดเลือดดำ, ให้การ
กระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้า ทั้ง นี้ต้องอยู่ภายใต้ขั้นตอน protocol
ของศูนย์บัญชาการที่มีหัวหน้าแพทย์ (Medical Director)
กำกับอีกทีหนึ่งตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้ ในขณะนี้ประเทศ
ไทยยังไม่มี paramedic ที่เกิดขึ้นจากหลักสูตรอบรมเพื่อ
การนี้โดยเฉพาะ หลักสูตรอยู่ในขั้นเตรียมการโดยกระทรวง
สาธารณสุข ในแผนคาดว่าจะอบรมต่อยอดจาก EMT-I ที่ผลิต
โดย สถาบันพระบรมราชชนก วิทยาลัยการสาธารณสุข
สิรินธร

อย่างไรก็ตามในช่วงนี้ก็ได้ใช้พยาบาลห้องฉุกเฉินที่คุ้นเคย
กับงานช่วยเหลือคนไข้ฉุกเฉินในโรงพยาบาลอยู่ก่อนแล้ว
มาอบรมเพิ่มเติมโดยใช้ระยะ เวลา 1 เดือน และใช้ชื่อเรียก
เป็น "พยาบาลกู้ชีพ" หรือ "Paramedic Nurse" เพื่อ
ปฏิบัติงานให้ได้เทียบเท่า paramedic ในต่างประเทศ
ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขก็ได้รับการช่วยเหลือด้านการ
อบรมพยาบาลกู้ชีพจาก Mr.Brian White จากออสเตรเลีย
ซึ่งทำงานเป็น
Paramedic ที่ New South Wales
Ambulance Service เป็น อย่างมาก ปัจจุบันมีพยาบาล
ที่ผ่านการอบรมดังกล่าวเป็นจำนวนมากและได้ออกปฏิบัติ
หน้าที่ในศูนย์กู้ชีพต่างๆทั่วประเทศแล้ว

5. เจ้าหน้าที่สื่อสาร (EMD)

บุคลากรที่ได้รับการอบรมขึ้นพิเศษเพื่อทำหน้าที่รับโทร
ศัพท์ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์ สามารถซัก
ถามรายละเอียดอาการผู้ป่วยให้คำแนะนำในการช่วยเหลือ
เบื้องต้นก่อนที่จะประสานงานเพื่อส่งรถพยาบาลออกไปใน
ที่เกิดเหตุ โดยทั่วไป EMD จะใช้เทคนิคในการถามอาการ
ผู้ป่วยอย่างเป็นขั้นตอน และจะมีสมุดคู่มือเป็นขั้นตอน
(flow chart) เพื่อช่วยในการสอบถามและให้คำแนะนำต่างๆ

ในประเทศไทยยังไม่มีการจัดตั้ง EMDอย่างเป็นทางการ
ปัจจุบันใช้เจ้าหน้าที่วิทยุประจำศูนย์กู้ชีพเป็นผู้รับโทรศัพท์
และประสานงานผ่านหัวหน้าแพทย์ (Medical Director)
เป็นหลัก หรือบางแห่งจะใช้พยาบาลห้องฉุกเฉินเป็นผู้รับ
โทรศัพท์และประสานงานกับศูนย์วิทยุอีกทีหนึ่ง

มีแนวคิดในอนาคตในการสร้างบุคลากร EMD คือ จะให้ใช้
EMT-B มาอบรมเพิ่มเติมในวิธีการรับโทรศัพท์ การให้คำ
แนะนำผู้ป่วย และประสานงานอีกทีหนึ่ง ซึ่งในต่างประเทศ
ก็จะมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อช่วยเหลือ EMD อยู่มาก
มาย เรียกว่า Computer Aided Dispatch (CAD)
ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์บอกตำแหน่งรถพยาบาลโดยอัตโนมัติ
(Automatic Vehicle Location System) อุปกรณ์สื่อสาร
เป็นตัวอักษรโดยเครื่อง Mobitex หรือ Mobile Data
Terminal (MDT) หรือผ่านระบบเพจเจอร์